,

อิฐมวลเบา


อิฐมวลเบา ไทคอน G4 คุณภาพสูงสุด
คุณภาพเยี่ยม แตกหักน้อย ส่งเร็วตรงเวลา

โปรโมชั่น 7.5ซม
21.65บาท /ก้อน
ส่งฟรี กทม และปริมณฑล
ถึง 20สค69

ติดต่อ  091-545-4915
เพิ่มเพื่อน

Price range: ฿18.00 through ฿32,200.00

อิฐมวลเบา ไทคอน

อิฐมวลเบา ไทคอน THAICON วางบนพาเลทหน้าโรงงาน

อิฐมวลเบา ไทคอน THAICON (ผลิตภัณฑ์ไทคอนซุปเปอร์โปร) คือคอนกรีตมวลเบาสำหรับก่อผนังและรั้ว แบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำ ใช้กระบวนการผลิตขั้นสูงจากเยอรมนี ได้รับการยอมรับในประเทศชั้นนำทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย และมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมานานกว่า 10 ปี ทั้งงานภาครัฐและเอกชน

อิฐมวลเบาไทคอนซุปเปอร์โปรใช้วัตถุดิบคุณภาพดีที่หาได้ในประเทศ ได้แก่ ทราย ปูนซีเมนต์ ปูนขาว น้ำ ยิปซัม และผงอลูมิเนียม ผสมในสัดส่วนคงที่ ตัดด้วยเส้นลวดตามขนาดที่ต้องการ แล้วนำเข้าตู้อบไอน้ำแรงดันสูง (Autoclave) ที่อุณหภูมิ 180 °C นาน 12–14 ชั่วโมง จึงมีน้ำหนักเบา แข็งแกร่งสูง และมีขนาดมาตรฐานเท่ากันทุกก้อน ก่อผนังได้รวดเร็ว ฉาบได้เรียบเนียนสวยงาม ดูดซับเสียงได้ดี ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก เหมาะกับงานผนังทุกประเภท

อิฐมวลเบาคืออะไร วัสดุก่อผนังที่เบา แข็งแรง และช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน


อิฐมวลเบาไทคอน ราคา

อิฐมวลเบาไทคอน จำนวนเต็มคันรถ 6 ล้อ (ก้อน) แถม (ก้อน) ราคา (บาท/ก้อน)
เกรด A หนา 7 ซม. 1,400 14 22
เกรด A หนา 7.5 ซม. 1,300 13 22.50
เกรด A หนา 10 ซม. 980 10 29.50
เกรด B หนา 7.5 ซม. 1,300 13 19.50
พิเศษ 50×7.5 1,300 13 15.50

ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7% แล้ว

ส่งฟรี กรุงเทพและปริมณฑล
และบางอำเภอใน ชลบุรี อยุธยา ฉะเชิงเทรา สระบุรี นครนายก
จังหวัดอื่น โปรดติดต่อสอบถามราคา

อิฐมวลเบาไทคอนซุปเปอร์โปร มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่า ได้แก่ น้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง ป้องกันความร้อนจากภายนอกได้ดีกว่า ช่วยให้อุณหภูมิภายในอาคารเย็นลง ขนส่งสะดวก ก่อสร้างง่ายและรวดเร็ว จึงประหยัดทั้งเวลาและค่าแรงในการก่อสร้าง อีกทั้งไม่มีสารพิษหรือสารอินทรีย์ตกค้าง ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ข้อมูลทางวิศวกรรม

คุณสมบัติ ค่า
ความหนาแน่นแห้ง 600–700 กก./ลบ.ม.
กำลังรับแรงอัด 40–50 กก./ตร.ซม.
อัตราการดูดซึมน้ำ 32–35%
อัตราการทนไฟ 4 ชั่วโมง
ค่าการนำความร้อน 0.138 วัตต์/เมตร-เคลวิน
อัตราการเปลี่ยนแปลงความยาว ร้อยละ 0.02
ความคลาดเคลื่อนของขนาด +2 มม.
น้ำหนักผนังรวมฉาบ หนา 10 ซม. 90–100 กก./ตร.ม.
ความเร็วในการก่อ 20–25 ตร.ม./วัน เร็วกว่า 3 เท่า
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ มอก. 1505-2541 ชั้นคุณภาพ 4 (ดีที่สุดในประเทศไทย)

มาตรฐานอิฐมวลเบา G2 และ G4 ต่างกันอย่างไร G2 เน้นเบาและกันร้อน G4 เน้นความแข็งแรงและทนทาน

ขนาดและจำนวนต่อเที่ยวรถ

ขนาด (ซม.) น้ำหนัก (กก./ก้อน) จำนวนเต็มคันรถ 6 ล้อ (ก้อน) แถม (ก้อน)
20 x 60 x 7 6.8 1,400 14
20 x 60 x 7.5 7.4 1,300 13
20 x 60 x 9 8.5 980 10
20 x 60 x 10 8.58 980 10
20 x 60 x 12.5 10.73 770 8
20 x 60 x 14 13 600 3
20 x 60 x 17.5 15.02 525 2
20 x 60 x 20 17.16 450 2

อัตราการใช้งาน 8.33 ก้อน/ตร.ม.

ผนัง 1 ตารางเมตร ใช้อิฐมวลเบาไทคอนกี่ก้อน คำนวณ 10,000 หาร 1,200 ได้ 8.33 ก้อน


เปรียบเทียบ อิฐมวลเบา เกรด A และ เกรด B

Q: อิฐมวลเบาเกรด A และเกรด B ต่างกันอย่างไร

A: อิฐมวลเบาเกรด B คืออิฐคุณภาพเดียวกับเกรด A แต่มีมุมบิ่น มุมหัก หรือสภาพภายนอกไม่สวย

อิฐมวลเบาไทคอน G4 เกรด A ก้อนสมบูรณ์

อิฐมวลเบาไทคอน G4 เกรด A

อิฐมวลเบาไทคอน G4 เกรด B มุมบิ่น

อิฐมวลเบาไทคอน G4 เกรด B


ข้อดีของการใช้อิฐมวลเบา

  1. ไม่อมความร้อน และมีรูพรุนที่มีอากาศอยู่ภายใน ดูดซับเสียงได้ดี ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก
  2. รับแรงกดได้ดีกว่าอิฐมอญ
  3. มีขนาดและน้ำหนักมาตรฐานเท่ากันทุกก้อน ก่อและฉาบได้รวดเร็วและสวยงาม แข็งแกร่ง เจาะและแขวนของได้
  4. ใช้อิฐ 8.33 ก้อน ต่อผนัง 1 ตร.ม.
  5. ปูนก่อมวลเบา 1 ถุง ต่ออิฐ 100 ก้อน และปูนฉาบ 5 ถุง ต่ออิฐ 100 ก้อน

เปรียบเทียบคุณสมบัติทางวิศวกรรมระหว่าง อิฐมวลเบากับอิฐมอญ

รายละเอียด อิฐมวลเบา อิฐมอญ
กำลังรับแรงอัด (กก./ตร.ซม.) 40–50 แข็งแรงกว่า 2–3 เท่า 20 คุณสมบัติไม่แน่นอน
อัตราการดูดซึมน้ำ (%) 32–35 ใช้กับปูนฉาบสำเร็จได้ 12–15
อัตราการทนไฟ (ชั่วโมง) 4 มีความปลอดภัยสูง ไม่เกิน 1.5

อิฐมวลเบาไทคอนช่วยลดความร้อน อุณหภูมิผนัง 45–47 องศา เทียบอิฐแดง 59–62 องศา และอิฐคอนกรีต 63–65 องศา


ประวัติความเป็นมาของอิฐมวลเบา

ก้าวสำคัญของการริเริ่มผลิตคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำ เกิดจากแนวคิดในการนำวัสดุที่มีอยู่มาพัฒนาเป็นวัสดุก่อสร้างชนิดใหม่ที่ทำงานได้ดีกว่าเดิม เช่น แข็งแกร่ง น้ำหนักเบา ใช้งานได้นานและสะดวก

  • ปี ค.ศ. 1880 (พ.ศ. 2423) ประเทศเยอรมนีMICHAELIS นักเคมีชาวเยอรมัน จดสิทธิบัตรวิธีบ่มส่วนผสมของทรายและปูนขาวด้วยไอน้ำแรงดันสูง ซึ่งเป็นพื้นฐานของการอบไอน้ำ (Autoclave) ที่ใช้ผลิตอิฐมวลเบาจนถึงปัจจุบัน
  • ปี ค.ศ. 1914 (พ.ศ. 2457) ประเทศสหรัฐอเมริกาAYLSWORTH และ DYER ชาวอเมริกัน จดสิทธิบัตรการทำให้เกิดฟองอากาศในเนื้อวัสดุ โดยใช้ผงโลหะ (Metallic Powder) ทำปฏิกิริยาเคมีกับปูนขาว ทำให้วัสดุมีน้ำหนักเบา
  • ปี ค.ศ. 1923 (พ.ศ. 2466) ประเทศสวีเดนERIKSSON สถาปนิกชาวสวีเดน นำวิธีเพิ่มฟองอากาศมารวมกับการอบไอน้ำแรงดันสูง ได้วัสดุก่อผนังที่เบาและแข็งแกร่ง ถือเป็นจุดกำเนิดของคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำ และได้รับสิทธิบัตรในปี ค.ศ. 1924
  • ปี ค.ศ. 1929 (พ.ศ. 2472) ประเทศสวีเดนเริ่มผลิตคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำในระดับอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกที่เมือง Yxhult ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อแบรนด์ YTONG
  • หลังปี ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488) ทวีปยุโรปหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อิฐมวลเบาถูกใช้อย่างแพร่หลายในการฟื้นฟูบ้านเรือนและอาคารที่เสียหายจากสงคราม ต่อมาเป็นที่นิยมอย่างมากทั่วโลก ทั้งยุโรป อเมริกา และเอเชีย
  • ปี ค.ศ. 1995 (พ.ศ. 2538) ประเทศไทยประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการก่อสร้าง โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่งานก่อสร้างยังมีปัญหาด้านการควบคุมการผลิตอิฐก่อผนัง ผู้ประกอบการรายใหญ่จึงแก้ปัญหาและลดความล่าช้าในการส่งมอบงาน ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์การผลิตและเครื่องจักรจากผู้ผลิตชั้นนำของโลกในเยอรมนี คือ HEBEL, YTONG และ WEHRHAHN เพื่อผลิตสินค้าออกสู่ตลาดในปี พ.ศ. 2539–2540
  • ปี ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) ประเทศไทยเมื่อคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ-อบไอน้ำได้รับความนิยมสูงขึ้น จึงมีผู้คิดค้นคอนกรีตมวลเบาแบบมีฟองอากาศ (ไม่อบไอน้ำ) มาทดแทน แต่ไม่เป็นที่นิยมในตลาด เพราะคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ที่มา: เรียบเรียงจากบทความของ บริษัท ไทยไลท์บล็อคแอนด์แพเนล จำกัด และประวัติอิฐมวลเบาสากล

ขนาดอิฐ

20x50x7, 20x60x7, 20x60x7.5, 20x50x7.5 ปลีก

Grade

A, B

SHOPPING CART

close